วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

สิ่งสำคัญของการทำงาน

การทำงานคือการทำให้คนมีคุณค่าและมั่งคั่ง ในโลกของทุนนิยมสมัยใหม่นี้

ในสมัยโบราณการหาอาหารกินให้เพียงพอนั่นก็พอแล้วสำหรับโลกที่ไม่ต้องการการสะสม
คุณค่าของผู้คนอาจอยู่ที่การมีพละกำลังเข้มแข็ง เพราะโลกโบราณอันตรายอยู่รอบตัวและไม่มีกฏหมายคุ้มครอง

ในโลกยุคศักดินา คุณค่าของคนกลับไปอยู่ที่การถือครองศักดินาสูงๆ คนเป็นเจ้าของที่ดินมาก ก็ย่อมเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มาก มีคนในที่ดินเป็นพวกมาก เจ้าศักดินาให้การปกป้องคุ้มครองพวกคนในที่ดินของตน โดยอ้างอิงจากอำนาจของกษัตริย์

ในโลกยุคปัจจุบันคุณค่าของคนอยู่ที่เงิน แม้เป็นการใจร้ายที่เราจะพูดแบบนี้แต่นี่ก็เป็นความจริง ทว่าเงินนั้นหาได้มาจากที่ใด บ้างได้เป็นมรดกมาจากพ่อแม่ บ้างได้มาจากการทำงานหนัก บ้างได้มาจากการใช้สมองและสติปัญญาคิดประดิษฐ์อะไรใหม่ๆ บางรายได้จากเงินปันผลจากกิจการ

ผมว่ามันเป็นแหล่งที่มาของเงินที่หลากหลายดี มีทั้งเกิดจากความสามารถในตัวเอง และมีทั้งสามารถสืบทอดมาได้จากพ่อแม่เป็นมรดก (แม้ว่าลูกจะเป็นคนที่ไม่มีความสามารถอะไร แต่ก็ถือว่าเป็นคนสำคัญได้เพราะมีมรดกจากพ่อแม่มากนั่นเอง)

ความร่ำรวยของคนถูกพิทักษ์ไว้ด้วยรัฐ ได้รับการรับรองโดยรัฐ ใครไม่สามารถมาปล้นชิงไปได้ ซึ่งต่างกับรัฐคอมมิวนิสต์ที่รัฐเป็นคนปล้นชิงความร่ำรวยไปเสียเอง โดยทั่วไปรัฐต่างๆในโลกนี้ต่างก็พิทักษ์ความร่ำรวยให้กับปัจเจกบุคคลทั้งสิ้น

ผมจะกล่าวถึงเงินจากการทำงาน เพราะนั่นจะเป็นการ "เข้าถึง" คนส่วนใหญ่ในสังคมได้ดีที่สุด คนรวยมีน้อย คนจนมีมาก

เราจะกล่าวถึงคนจนๆทั่วไป ผมหมายถึงคนชั้นทำงาน พวกพนักงานบริษัท หรือ กรรมกร ก็ดี
white collar or blue collar are just a worker for salt (salary)

เงินจากการทำงาน จำเป็นเหลือเกินที่เราจะต้องพัฒนาตนเองให้เป็นแรงงานที่มีฝีมือ
ภาษาไทยเรียก "เรียนให้สูงๆ จบมาจะได้ทำงานเบา เป็นเจ้าคนนายคน"
ภาษาผมเรียก "แรงงานที่มีฝีมือ"
ยกตัวอย่างพวกแพทย์ ที่เรียนยาก สอบยาก แต่จบออกมาแล้วได้เงินเดือนสูงมาก
นั่นก็เป็นเพราะเขาเป็นแรงงานที่มีฝีมือ

ประเทศไทยยังต้องการใบปริญญา

ทุกวันนี้ผมเห็นเด็กเรียนต่อปริญญาโทกันให้เกลื่อนไปหมด
แต่ว่าปริญญาโทก็ตกงานก็มี

มันมีข้อดีคือว่า หากนายจ้างรับแรงงานระดับปริญญาโทเข้าไป ก็ต้องเพิ่มเงินเดือนค่าจ้างให้

แต่มันก็มีข้อเสียว่า แล้วถ้างานมันไม่ได้ต้องการคนระดับปริญญาโทล่ะ เขาจะจ้างเราทำไมให้เปลืองต้นทุน เพราะว่าจ้างแบบ ปวช ปวส ก็พอมั้ง

ข้อสรุปก็คือ การเรียนให้สูงแม้จะดี แต่ก็ยืนอยู่บนความเสี่ยงอยู่ดี เพราะมันขึ้นกับนายจ้าง ว่าจะจ้างหรือไม่ การยืมจมูกคนอื่นหายใจเป็นความไม่มั่นคง

ผมกลับชื่นชมความชำนาญในอาชีพมากกว่า

ช่างเครื่องยนต์ (ไม่ได้จบอะไรมาเลย) ที่ซ่อมรถยนต์ได้ทุกชนิดย่อมมีค่ามากกว่า วิศวกรปริญญาโท ที่ซ่อมอะไรไม่เป็น

การจะร่ำรวยมันต้องมี

1.ความชำนาญในอาชีพ
2.ความรู้รอบด้านอื่นๆ ที่พอจะเอาตัวรอดในสังคมไทย
- ทักษะด้านการเข้าสังคม ความอ่อนน้อมถ่อมตัว อัธยาศัยไมตรี
- ทักษะด้านภาษา ต้อนรับ AEC (ลูกจ้างที่พูดภาษาต่างประเทศได้ มันก็ดูพิเศษมากสำหรับนายจ้าง)
3.ความรู้ด้านการเงิน การใช้เงิน การออมเงิน หัดลงทุนตามกำลัง

บางครั้งต้องทำจากรุ่นสู่รุ่น ถึงจะสร้างความมั่งคั่งได้สำเร็จ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น