วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

หัวหิน 2553

ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจแบบสั้นๆ ในช่วงเดือน ก.ค. (ต้นเดือน)
ได้ gift voucher ของ Hyatt regency Hua hin มา 2 ใบ
จึงเลือกที่จะไปพักผ่อนที่นี่ครับ
อากาศที่เราเดินทางไป ค่อนข้างมีเมฆมาก และมีฝนปรอยๆ
แต่โดยรวมแล้วค่อนข้างปลอดโปร่ง

เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า 6.00 น.
เป็นนิสัยส่วนตัวของผมเองที่ชอบทำอะไรแต่เช้าๆ
เพราะผมเชื่อว่า ถ้าหากคนเราตื่นเช้า ก็จะหาอะไรดีๆให้กับชีวิตได้มากกว่าคนอื่นเสมอ

เราเดินทางด้วยเส้นทางหมายเลข 35 (ธนบุรี - ปากท่อ) หรือภาษาทางการก็คือ "ถนนพระราม2"
ไม่นานนักเราก็ถึงจุดหมายที่หนึ่งนั่นคือ
"พระนครคีรี" (เขาวัง)
ก่อนที่จะขึ้นเขาวัง ก็หาร้านอาหารกินเสียก่อน
ผมกินอาหารที่ร้าน "เจ็กเม้ง" เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อครับ


กระเช้าขึ้นเขาวัง เปิดทำการ 8.30 น. พวกเราจัดเป็นแขกกลุ่มแรกที่เดินทางมาที่นี่
อากาศบนเขาวังขนาดตอนเช้า ยังค่อนข้างร้อน ทำให้เด็กๆเหงื่อโทรมตัวเชียว
ที่นี่มีลิงมากมายเหมือนกัน แต่เขาไม่ทำร้ายคนหรอกครับ
นมัสการพระธาตุบนเขาวัง



กินก๋วยเตี๋ยวมื้อเที่ยง ที่ร้าน "คุณอารมย์"
ร้านนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อพริกกะเหรี่ยง รสชาติดีครับ
เคยมากินกันตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ตอนนี้ก็ยังอร่อยอยู่

เราเดินทางต่อไปยัง "พระราชวัง มฤคทายวัน"
ช่วงนี้พระราชวังค่อนข้างมีระเบียบการเข้าชมที่หยุมหยิมดีเหมือนกัน
คือ มีเวลาให้ขึ้นชมชั้น 2 เป็นรอบๆไป
ด้วยความที่ว่า ที่นี่เริ่มเป็นที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมกันเสียแล้ว
ถ้าขึ้นไปเดินกันชั้นบนหมด อาจจะทำความเสียหาย เนื่องจากรับน้ำหนักไม่ไหว



ถ้าใส่กางเกงขาสั้นเลยเข่าขึ้นมา หรือ เสื้อแขนกุด จะต้องไปเปลี่ยนก่อนนะครับ
กล้องตัวใหญ่ ต้องลงทะเบียนกับทางเจ้าหน้าที่ก่อน

เราเดินทางต่อมาที่หัวหินเลย
เริ่มท่องเที่ยวที่สถานีรถไฟหัวหินก่อน (ช่วงนี้กำลังบูรณะอยู่ ยังไม่เสร็จดีนัก)
สถานีรถไฟที่นี่สามารถใช้งานได้จริงด้วย คิดในใจว่า คราวหน้าจะมากับเฟียตสองต่อสอง
ที่ตรงใกล้ๆสถานีรถไฟ เขาทำเป็นห้องสมุดประชาชน
โดยเอาตัวรถไฟมาทำเป็นห้องสมุดเลยล่ะครับ มีอินเตอร์เนตให้เด็กๆเล่นด้วย



เราหาร้านอาหารกินกันก่อนเข้าที่พัก
ไปกินที่ร้าน "เปิ้ล" ตรงเลยเขาตะเกียบไปครับ
ที่นี่เท้าสามารถเหยียบหาดทรายได้เลย ลมแรงดี บรรยากาศเป็นกันเองมากครับ
รสชาติอาหารอร่อย สด และราคาไม่แพงครับ

กลับเข้าที่พัก ผมพักกันที่ Hyatt ครับ
นอนเอาแรงกันสำหรับรอบบ่าย
ตื่นขึ้นมาว่ายน้ำในสระและชมทะเลได้ครับ
ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ว่ายน้ำทะเลแล้ว อาจจะกลัวมลภาวะ กลัวดำ
แต่การได้เห็นทะเล ได้กลิ่นทะเล ก็เป็นการเที่ยวทะเลอย่างหนึ่งจริงไหมครับ



ตอนเย็นเราออกไปหาอาหารเย็นกินกันที่ร้านดังๆริมทะเล
แต่น่าเสียดายที่ทัวร์ลงที่ร้านเต็มไปหมด เลยไม่ได้กินครับ
ไปจอดรถที่วัดหัวหิน และเิดินไปเที่ยวถนนคนเดินจะดีกว่า
ที่นี่มีอะไรขายเยอะแยะครับ
เป็นที่คล้ายๆกับถนนคนเดินเชียงใหม่
มีวัยรุ่นมาเดินกันเป็นคู่ๆ ดูโรแมนติกมากๆ

เรากินอาหารเย็นกันที่นี่
ร้าน "ครัวลุงจ่า"
คนต่อคิวกันเข้าเยอะเลยครับ เขาทำอาหารให้เราดูอยู่หน้าร้าน
เลยเดินเข้ามากิน รสชาติดีครับ ราคาคนไทย ถึงแม้ฝรั่งจะกินเยอะก็ตาม

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ปล่อยเงินกู้ให้น้องชาย

น้องชายผม กำลังทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ เขาทำประดับยนต์
แต่ก็ต้องการเงินทุนไปลงทุนในระยะแรกก่อน
ผมได้ให้เขายืมไป 200,000 บาท (โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 20%ต่อปี โหดไปไหมครับ)
จริงๆน้องชายผมมีรายได้ค่อนข้างมาก แต่ไม่ค่อยเก็บเงินไว้สักเท่าไร
เวลาที่ต้องการเงินก้อนขึ้นมาจริงๆ จึงเป็นเรื่องที่ลำบากอยู่เหมือนกัน

ผมจึงต้องการสอนให้เขาได้บทเรียน ของการเก็บออมเอาไว้บ้าง
ดังนั้นผมจึงคิดดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงคือ 20 เปอร์เซ็นต์
ผมคิดว่า ภาระดอกเบี้ยที่น้องต้องจ่าย จะทำให้เขาเห็นประโยชน์ของการ "ออมเงิน"

แน่ละ สำหรับตัวผมเอง นี่เป็นการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลย
ผลตอบแทน 20 % ต่อปีเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
ผมได้จัดทำสัญญาเงินกู้เอาไว้ และคิดว่า ถ้าหากเกิดอะไรขึ้น
แม่จะเป็นคนค้ำประกันให้กับผมเอง
เป็นการลงทุนที่ดีใช่ไหมครับ?