ผมได้ฟังธรรมบรรยายของท่านพุทธทาสเรื่อง "สติ" แล้วก็รู้สึกประทับใจมาก
คำถามก็คือ เวลาที่เราอ่านธรรมมะไปมากๆ เราก็เข้าใจกันหมดว่า สิ่งทั้งปวง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป แต่ทำไมเวลาที่เกิดสิ่งเหล่านั้นกับตัวเราเข้าจริงๆ เช่น ญาติเสีย กลับทำใจไม่ได้ (พอเกิดกับคนอื่นก็เฉยๆ แต่พอเกิดกับเราหรือคนที่เรารัก กลับทำใจไม่ได้ ร้องไห้ฟูมฟาย)
คำตอบก็คือ เป็นเพราะ "สติ" ของเราเกิดไม่ทัน
แม้ว่าจะศึกษาหลักธรรมมะมาเป็นอันมาก แต่หากสติเกิดไม่ทัน ก็จะทำให้ทุกข์เกิดขึ้นเหมือนคนที่ไม่เคยศึกษาธรรมมะอยู่ดีนั่นเอง
นี่คือความสำคัญของสติในแง่ของปุถุชนที่จะต้องฝึกให้มีมากขึ้นเพื่อลดระดับความทุกข์
และสตินั้นยังมีความสำคัญในแง่ของโลกุตระ (ธรรมเพื่อการหลุดพ้น) ด้วย คือเป็นตัวเริ่มในองค์ธรรม โพชฌงค์ 7 อีกด้วย (สติ ธรรมวิจัย วิริย ปิติ ปัทสัทธิ สมาธิ อุเบกขา)
สติเป็นองค์ธรรมที่มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษเลย ยิ่งทำให้มากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น
ท่านว่าสติเป็นเหมือนเครื่องลำเลียง นำปัญญา นำความจำ ความรู้ ออกมาใช้ต่อสู้กับสถานการณ์ต่างๆ ถ้าเรามีสติมาก ก็ย่อมคว้าเอาสิ่งเหล่านี้ออกมาใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ บางคนมีความรู้มาก แต่ไม่สามารถเอามาใช้ได้ ก็ถือว่าเสียของเปล่าๆ
สติเป็นอาการหนึ่งของจิตนั่นเอง = เจตสิก
การฝึกสติ = การฝึกจิตให้มีสติมากๆ
การฝึกที่ดี ที่เป็นทางสายเอกก็คือ การกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก (อานาปานสติ)
จากข้อสรุปที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ เราก็จะมาสรุปลงที่การทำอานาปานสติ
ที่จะเร่งให้มาก เน้นการทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลที่ยิ่งใหญ่ต่อไป