วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

แผนการที่จะซื้อหุ้น 2553

ผมมีแผนการที่จะซื้อหุ้น สำหรับเป็นทรัพย์สินที่ก่อให้เกิด "กระแสเงินสด" ชิ้นแรกของผม แผนการนี้เป็นแผนการสั้นๆ ในช่วงเวลาหนึ่งปีเท่านั้น คือในปี 2553 ผมมีเงินออม (ที่จัดสรรไว้สำหรับซื้อหุ้น ณ สิ้นปี 2552) ประมาณ 200,000 บาท และจะออมเงินในปี 2553 อีกเดือนละ 30,000 บาท ดังนั้นเงินลงทุนของผมทั้งหมด คือ 200,000 + 360,000 = 560,000 บาท (ณ สิ้นปี 2553)

  • ผมมีความมุ่งมาดปรารถนาที่จะลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผล ผมคาดหวังที่ประมาณ 5 % ขึ้นไป
  • ผมเป็นคนที่ยึดติดกับภาพลักษณ์ "หุ้นไฮโซ" ดังนั้นหุ้นปันผลของผมจะไม่ใช่หุ้นกิจการเล็กๆ
  • ผมสนใจเรื่อง growth อยู่บ้าง (เพราะถ้าไม่มีเอาเสียเลย ชีวิตมันคงเฉา) ดังนั้นผมต้องเลือกหุ้นที่น่าจะดี

ผมจดบันทึกไว้ก่อนว่า หุ้น 11 ตัวที่ผมจะซื้อมีอะไรบ้าง

SCB SCC PTT ADVANC
CPALL AOT
LPN CPN BEC SE-ED PSL

ซึ่งผลเป็นอย่างไรจะเอามาเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ

รวยได้ไม่ต้องเอาถ่าน

ผมได้อ่านหนังสือเรื่อง "รวยได้ไม่ต้องเอาถ่าน" แล้วรู้สึกชื่นชอบ ผู้เขียนได้กล่าวถึงการที่จะร่ำรวย แต่กลวิธีการสอนของเขานั้นเหมือนกับตีแสกหน้าของผมเลยทีเดียว เขาแบ่งคนเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือ "ถตถต" เถรตรง + ถังแตก กับประเภทที่สองคือ "คนไม่เอาถ่านผู้มั่งคั่ง" ทั้งสองประเภทนั้นมีความแตกต่างกันมากเลยทีเดียว มันแตกต่างกันตั้งแต่กระบวนการคิดแล้ว ผมคิดว่าถ้าหากเราสามารถนำแนวคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ไปปฏิบัติ ย่อมส่งผลให้เราประสบผลสำเร็จในการเงินการลงทุนอย่างแน่นอนครับ

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

ความรู้ด้านการลงทุน

ผมเองทำงานมาได้ 5 ปีแล้ว มีเงินเดือน พอเก็บได้ส่วนหนึ่ง และก็พยายามลงทุนให้เกิดดอกออกผล แต่ก็ยังสะเปะสะปะไปหลายๆอย่าง เงินลงทุนเหมือนเบี้ยหัวแตก จึงต้องพยายาม re-engineer ให้กองกำลังเงินลงทุนของผม รบอย่างมีระบบ มีหลักการที่มั่นคงเสียหน่อย จึงจะประสบความสำเร็จ

สิ่งแรกเลยที่อยากจะแชร์ให้ท่านผู้อ่านก็คือ การแสวงหาความรู้เพิ่มเติม

http://valueinvestors.wordpress.com/
ผมชื่นชอบในความคิดของพี่ Offshore ครับ ขออนุญาตนำ link มาแปะไว้

http://www.thaivi.com/
สมาคมของนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า ที่นับวันจะเติบโตยิ่งขึ้นในตลาดทุนไทย

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552

10 หนังรักคลาสสิคในหนาวนี้

1. The road home
2. Calmi Cuori Appassionati
3. Love actually
4. The classic
5. Notting Hill
6. One Fine spring day
7. Christmas in August
8. The bridges of madison county
9. Paris, I love you
10. Love letter

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552

สวัสดีปีใหม่ 2552 แผนการของผม

ในที่สุดปีใหม่ก็เข้ามาแทนที่ปีเก่า กว่าจะได้เขียน blog หรือจะทำอะไรๆ เวลาก็ไหลล่วงเลยไปหลายวัน คิดว่า count down เป็นการสมมติเกี่ยวกับเวลาอย่างหนึ่ง จริงๆเราก็ count down กันได้ทุกวันแหละตอน 24.00 น. ชีวิตใหม่ย่อมเกิดขึ้นเสมอในทุกๆวัน หลังจากที่เราหลับใหลไปในยามค่ำคืน
ดังนั้นสิ่งใหม่ๆที่ผมจะทำ คงไม่ต้องรอเวลาที่จะ count down หรอก แต่เริ่มได้เลยในทุกๆวินาที เริ่มตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลยก็ได้ (ถ้าหากคิดจะเริ่มล่ะก็นะ) ผมพิมพ์ดีดได้เร็วพอสมควร จึงสามารถพูดไปได้เรื่อยๆใน blog แห่งนี้
ปีใหม่นี้ผมมีแผนการหรือโครงการที่สำคัญดังนี้
  1. ลดน้ำหนักให้เหลือ 70 กิโลกรัม
  2. เพิ่มมูลค่าบริการของคลินิกให้สูงขึ้น เฉลี่ยประมาณ 200 บาทต่อหัว
  3. จำพนักงานในธนาคารกรุงไทยให้ได้สัก 500 คน (ตกวันละ 2 คน)
  4. สร้าง blog งานอดิเรกให้มีผู้เข้าชมสัก 1000 คน (ผมว่าใช้ wordpress มีลูกเล่นมากกว่านะ)

สิ่งที่จะกระทำนี้จะต้องเชื่อมโยงกับ "รางวัล" อย่างมีนัยสำคัญ รางวัลที่ว่านี่ผมจะตั้งให้เป็น หน่วยๆ ไป แล้วเอาหน่วยที่ทำได้ไปแลกของรางวัลเล็กๆน้อยให้กับชีวิตตัวเองครับ ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้ผมหนักประมาณ 75 กิโลกรัม ถ้าผมลดน้ำหนักลงได้ 0.5 กิโลกรัม ผมมีสิทธิได้รับรางวัลที่กำหนดไว้ 1 หน่วย ถ้าหากหนึ่งปีผ่านไป ผมสามารถลดได้ถึง 70 กิโลกรัม ก็เท่ากับว่าผมได้รางวัล 10 หน่วยไงครับ

รางวัลสำหรับคลินิกก็คือ รายรับมากกว่า 5000 บาทในวันนั้นๆ ก็จะได้อีก 1 หน่วย

รางวัลสำหรับการจำพนักงานได้ จะไม่ขอคิดเป็นหน่วย หากแต่เป็นการยอมรับในองค์กร และรางวัลอาจจะมาถึงผมตอนท้ายปี ก็เป็นไปได้ การจำพนักงาน คงไม่ใช่แบบว่าเรามาท่องรายชื่อเขาแล้วได้สตางค์ หากแต่ต้องเป็นการจดจำและรักษาเขาให้ถึงแก่น และเมื่อถึงแก่นแล้ว เราก็จำเขาว่าเขาอยู่แผนกไหน? เป็นเพื่อนกับใครบ้าง เหล่านี้จะทำให้การจำของเรามีประสิทธิผลมากสูงสุด

เรื่องของ blog ก็เช่นเดียวกัน สามารถคิดรางวัลเป็นหน่วยๆได้ดีเหมือนกัน โดยอาจจะคิดราคาสูงๆหน่อย คือ 100 visit ต่อรางวัล 1 หน่วย นี่ก็ทำให้การสร้าง blog ของผมมีแรงจูงใจสำหรับตัวผมอีกมากทีเดียว

หลายๆคนอาจคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่ต้องเอารางวัลมาล่อก็ได้ ขอให้ทำไปด้วยใจที่บริสุทธิ ก็น่าจะเพียงพอ แต่นี่คือการคิดใหม่ของผม ผมคิดว่าผลตอบแทนที่เกิดจากงานโดยบริสุทธินั้นมีอยู่แล้ว แต่ผมอยากได้อะไรบางอย่างที่มนุษย์เดินดินยังปรารถนาอยู่ นี่ละมังที่เขาบอกว่า ตัณหาของมนุษย์นี่แหละที่ทำให้โลกหมุนไป (เทคโนโลยีและความเจริญทางวัตถุวิวัฒน์ไป)

เรื่องงานที่สถานพยาบาล กับเรื่องเงินที่ผมต้องบริหารจัดการ มันกำลัง flowๆ ไปตามแผนการที่วางไว้ อย่างชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องไปเสียสมองกับมันมากนัก เพราะแผนการกำลังคืบหน้าไปได้ด้วยดี และมีแรงกดดันในตัวเองอย่างอัตโนมัติ ทำให้ผมไม่ต้องไปตั้งเป้าหมายหรือรางวัลในส่วนนี้ เอาเวลาของสมองไปคิดทำอย่างอื่นน่าจะดีกว่า

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552