ที่สนามหญ้าหน้าบ้านผมมีหญ้าแห้วหมูขึ้นประปราย
มองดูตอนแรกก็เหมือนน้อย แต่พอนานๆเข้าชักเยอะจนรก
หญ้าแห้วหมูนี้จัดเป็นปัญหากับพวกชาวสวนอยู่มาก
เพราะขึ้นได้ในทุกที่ และที่สำคัญกำจัดได้ยาก
เนื่องจากมีหัวอยู่ใต้ดิน
เจ้าหัวนี้แหละที่มีความอึดมาก ขนาดที่ว่าเอาไปต้มน้ำเดือดยังไม่ตายเลย
พี่อ้วนคนรถบอกว่า หัวหญ้าแห้วหมูใช้ต้มทำยาหม้อแผนโบราณได้
พอต้มเสร็จเททิ้งไว้ ปรากฏว่าสามารถงอกออกมาได้อีก
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หญ้าแห้วหมูจะเป็นวัชพืชที่มารบกวนอยู่เสมอ
วิธีกำจัดหญ้าแห้วหมูที่ได้ผลดียิ่งคือ "ถอนทีละต้น"
เราไม่สามารถตัดได้ เพราะไม่นานหญ้าก็จะงอกมาใหม่
และการถอนนี้จะต้องดึงให้ออกถึงรากถึงหัว ไม่เช่นนั้นก็งอกออกใหม่ได้อีกอยู่ดี
การจะมีสนามหญ้าที่สวยงามเรียบเนียนได้ระดับนั้นจึงต้องควบคุมวัชพืชไม่ให้เกิด
ผมถอนหญ้าแห้วหมูไปพลางคิดถึงหลักการดำเนินชีวิต
หญ้าเปรียบเสมือนจุดอ่อน ข้อด้อย หรือนิสัยที่ไม่ดีของเรา
ต้องหมั่นคอยถอนออกเสมอ อย่าปล่อยให้รกเป็นป่า
ไม่อย่างนั้นพอนึกจะถอนก็หมดกำลังใจเสียแล้ว (เพราะต้องถอนทีละต้น)
แล้วก็ต้องพึงระวังอย่าให้หญ้าใหม่เกิดขึ้น
หากว่าเขาเริ่มงอกขึ้นมาให้เห็น ให้รีบถอนออกเลย จะถอนง่าย
หากทิ้งให้อยู่นานๆ หญ้าจะงอกเป็นกอ และแตกต้นเล็กต้นน้อยเต็มไปหมด
แทนที่จะออกแรงถอนแค่ต้นเดียว กลับต้องถอนเป็นสิบๆต้น
เท่าที่ผมสังเกตุ หญ้าแห้วหมูจะขึ้นแทรกบริเวณที่หญ้าสนามของเราไม่หนาแน่น
ตรงไหนดินไม่มีหญ้าดีๆคลุม ตรงนั้นหญ้าแห้วหมูจะงอกขึ้นได้ง่าย
พอหญ้าแห้วหมูขึ้น หญ้าดีก็จะไม่ขึ้นในบริเวณนั้น
ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป หญ้าแห้วหมูจะขึ้นเป็นกอใหญ่ยากแก่การกำจัด
เรื่องหญ้าแห้วหมูนี้ทำให้ผมนึกถึงหลักธรรมในพุทธศาสนาคือ
สัมมัปปธาน ๔
คือ การมุ่งมั่นทำความชอบ มี 4 ประการ
- สังวรปทาน คือ เพียรระงับการกระทำอกุศล ไม่ให้เกิดขึ้น ( เพียรระวัง )
- ปหานปทาน คือ เพียรละเลิกอกุศลที่กำลังกระทำอยู่ ( เพียรละ )
- อนุรักขปทาน คือ เพียรรักษา กุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว ( เพียรรักษา )
- ภาวนาปทาน คือ เพียรฝึกฝนบำรุงกุศลธรรม ให้เจริญยิ่งขึ้น ( เพียรเจริญ )