ผมเดินขึ้นบันได
พลางคิดว่า บันไดหนึ่งชั้นสูงประมาณ 3 เมตร
ถ้าให้ีปีนขึ้นทีเดียว คงไม่ไหว
แต่ถ้าหากซอยเป็นบันไดขั้นเล็กๆ แค่ชั้นเดียวขึ้นได้สบาย
คิดไปถึงเป้าหมายและอุปสรรคในชีวิต
แม้ว่ามันจะใหญ่เกินกว่าที่จะจัดการได้ในคราวเดียว
แต่ถ้าหากเราแบ่งมันออกเป็นหัวข้อย่อยๆ ไม่นานก็จะสำเร็จได้
ไม่ควรท้อถอย
แบ่งมันออกเป็นย่อยๆ แล้วค่อยๆจัดการ
เรื่องราวของความคิด ชีวิต และ โลก เราผ่านมาแล้วก็บันทึกเอาไว้ เพราะหลายสิ่งไม่คงทน อาจเลือนหายไปตามกาลเวลา การบันทึกไว้หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน ไม่ว่าผู้อ่านคือตัวเองเพื่อเตือนความจำ หรือท่านผู้อ่านอื่นอันมีวาสนาต่อกัน บทความนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย
วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ทาสีห้องนอนเป็นสีชมพูู?
ผมกับเฟี๊ยตเลือกสีห้องนอนเป็นสีเบส คิดว่ามันจะดูสวยคลาสสิค แต่พอทาจริงปรากฏว่าที่ไหนได้กลายเป็นสีชมพูไปเสียนี่ ดังนั้นการทาสีจริงกับการมองในกระดาษมันอาจจะไม่เหมือนกันนัก
ผมถึงกังวลอยู่เสมอว่าแผนการใดๆ หากอยู่แต่ในกระดาษ (หรือมุมมองฝั่งเราอย่างเดียว) มันอาจจะผิดก็ได้
เอามาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันของเราก็คือ เราต้องรับฟัง feed back หรือเสียงสะท้อนกลับ อย่างเป็นจริง และครอบคลุมให้ทั่วๆ จะได้ประเมินไม่ผิด
คนเราเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปนั้นผิดจะต้องรีบแก้ไข ก่อนที่จะถลำลึกไปมากกว่าเดิม
บางคนยึดติดว่าสิ่งที่คิด ที่ตัดสินใจไปแล้วนั้นถูก และยึดมั่นถือมั่นกับมัน ทำให้สูญเสียอย่างใหญ่หลวง
ดังนั้นทางที่ถูกที่สุดก็คือ อย่าตะแบง และเปิดหูเปิดตาให้กว้าง
การตัดสินใจบางอย่างมันยากตรงที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ อันนี้น่าจะเป็นอะไรที่ต้องตรึกตรองให้มากเป็นพิเศษ ผมยกตัวอย่างการซื้อหุ้น เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ เพราะเราใช้เงินแค่เม็ดเล็กๆ ลงทุนไปก่อน หากขาดทุนก็หยุดแล้วก็ถอนทุนคืนกลับมาก็ยังทัน (ถ้าเราไม่โลภจนเกินไป คิดเอาชนะแต่ถ่ายเดียว เราก็จะไม่แพ้เกมหุ้นหรอกครับ ผมอายุ 33ปี ยังน้อยอยู่ สามารถมีโอกาสได้อีกมาก)
แต่บางอย่างมัันไม่สามารถรับความสูญเสียกรณีผิดพลาดได้เลย เราอาจจะต้องทำประกันการตัดสินใจของเราเอาไว้ เช่น การซื้อกระเบื้องมาทดลองปูหลอกๆดูก่อน จ่ายเงินไปไม่แพงแค่ 1000-2000 แต่ได้การตัดสินใจที่ถูก ดีกว่าไปลงทุนซื้อของราคาเป็นแสนแล้วผิดพลาดขึ้นมา อันนี้ไม่ไหวครับ
บางครั้งการตัดสินใจต้องมีทางถอย ทางเดินอื่นๆ เอาไว้รองรับด้วย เผื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด จะได้ไม่เสียหายมากนัก และหรือสามารถพลิกผันกลับมาเป็นต่อได้ด้วย
ดังนั้นการตัดสินใจของเราหากสนับสนุนไปในทางที่มี variation สูงน่าจะดีกว่า เพราะพลิกแพลงได้หลายรูปแบบ ดีกว่าตัดสินใจไปแบบมีทางเลือกจำกัด จริงไหมครับ
ผมถึงกังวลอยู่เสมอว่าแผนการใดๆ หากอยู่แต่ในกระดาษ (หรือมุมมองฝั่งเราอย่างเดียว) มันอาจจะผิดก็ได้
เอามาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันของเราก็คือ เราต้องรับฟัง feed back หรือเสียงสะท้อนกลับ อย่างเป็นจริง และครอบคลุมให้ทั่วๆ จะได้ประเมินไม่ผิด
คนเราเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปนั้นผิดจะต้องรีบแก้ไข ก่อนที่จะถลำลึกไปมากกว่าเดิม
บางคนยึดติดว่าสิ่งที่คิด ที่ตัดสินใจไปแล้วนั้นถูก และยึดมั่นถือมั่นกับมัน ทำให้สูญเสียอย่างใหญ่หลวง
ดังนั้นทางที่ถูกที่สุดก็คือ อย่าตะแบง และเปิดหูเปิดตาให้กว้าง
การตัดสินใจบางอย่างมันยากตรงที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ อันนี้น่าจะเป็นอะไรที่ต้องตรึกตรองให้มากเป็นพิเศษ ผมยกตัวอย่างการซื้อหุ้น เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ เพราะเราใช้เงินแค่เม็ดเล็กๆ ลงทุนไปก่อน หากขาดทุนก็หยุดแล้วก็ถอนทุนคืนกลับมาก็ยังทัน (ถ้าเราไม่โลภจนเกินไป คิดเอาชนะแต่ถ่ายเดียว เราก็จะไม่แพ้เกมหุ้นหรอกครับ ผมอายุ 33ปี ยังน้อยอยู่ สามารถมีโอกาสได้อีกมาก)
แต่บางอย่างมัันไม่สามารถรับความสูญเสียกรณีผิดพลาดได้เลย เราอาจจะต้องทำประกันการตัดสินใจของเราเอาไว้ เช่น การซื้อกระเบื้องมาทดลองปูหลอกๆดูก่อน จ่ายเงินไปไม่แพงแค่ 1000-2000 แต่ได้การตัดสินใจที่ถูก ดีกว่าไปลงทุนซื้อของราคาเป็นแสนแล้วผิดพลาดขึ้นมา อันนี้ไม่ไหวครับ
บางครั้งการตัดสินใจต้องมีทางถอย ทางเดินอื่นๆ เอาไว้รองรับด้วย เผื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด จะได้ไม่เสียหายมากนัก และหรือสามารถพลิกผันกลับมาเป็นต่อได้ด้วย
ดังนั้นการตัดสินใจของเราหากสนับสนุนไปในทางที่มี variation สูงน่าจะดีกว่า เพราะพลิกแพลงได้หลายรูปแบบ ดีกว่าตัดสินใจไปแบบมีทางเลือกจำกัด จริงไหมครับ
วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
บางครั้งเรามีน้อยดีกว่ามีมาก
ผมไม่เคยอยากเชื่อเลยว่า "มีน้อยจะดีกว่ามีมาก"
เพราะในสังคมของเราตอนนี้ยิ่งมีเยอะๆเท่าไรยิ่งดี อาทิ มีรถหลายๆคัน มีเงินในบัญชีมากๆ มีตำแหน่งสูงๆ มีตำแหน่งหน้าที่การงานในสังคม มีความสะดวกสบาย มีอัลบั้มเพลงและงานศิลปะที่สะสมเอาไว้มากมายยิ่งดี ยิ่งดูได้มาก
แต่ผมเริ่มมาคิดเอาจริงๆว่าบางครั้งมีมากเกินไปก็ไม่ดี
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องแผ่นซีดีหนัง หรือดนตรีก็ได้ เราเองบางครั้งสะสมเอาไว้เสียมาก มากจนหาเขาไม่เจอ แล้วจะเอามาเล่นได้อย่างไร? บางครั้งข้อมูลที่มากเกินไปก็จะลบเลือนเรื่องดีๆไปเสียหมด ดังนั้นผมจึงเชื่อว่ามีน้อยน่าจะดีกว่ามีมาก
แล้วเรายังสามารถเลือกที่จะพินิจ พิจารณามันให้มากขึ้นได้ เช่น หยิบยกเอางานศิลป์ชิ้นเก่าขึ้นมาดู และมองมันด้วยความคิด มุมมองที่เปลี่ยนไป ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เราก็จะเริ่มเห็นความสวยงามที่คลาสสิคของเขาขึ้นมา เมื่อคนเราโตขึ้นการมองโลกก็จะละมุนละไมขึ้น ลุ่มลึกขึ้นและเข้าใจในโลกมากขึ้น
แม้แต่ลมหายใจของเราเองนั้น ก็เป็นของขวัญอันล้ำค่ำที่มีติดอยู่กับตัวเราทุกคน เพียงแต่เราไม่ค่อยได้คิดถึงมัน เพราะมันแต่วิ่งแสวงหาความสุขภายนอก แต่ความสุขสงบในใจกลับไม่ได้สนใจ
หากลองกลับมามองลมหายใจให้ลึกซึ้งขึ้น เราจะสามารถบรรลุธรรมเพื่อการหลุดพ้นได้ ในภาษาของนักปฏิบัติธรรมแล้ว การมีโอกาสได้นั่งสมาธิอย่างสงบ มันเป็นของขวัญล้ำค่ำเสียจริงๆ ไม่สามารถเอาเงินทองราคาแพงมาแทนได้เลย
ผมหันมามองเจ้าเพลงและภาพยนตร์หนังเก่าๆ
คงต้องเริ่มทบทวนพวกมันอีกสักครั้งแล้วล่ะ
เพราะในสังคมของเราตอนนี้ยิ่งมีเยอะๆเท่าไรยิ่งดี อาทิ มีรถหลายๆคัน มีเงินในบัญชีมากๆ มีตำแหน่งสูงๆ มีตำแหน่งหน้าที่การงานในสังคม มีความสะดวกสบาย มีอัลบั้มเพลงและงานศิลปะที่สะสมเอาไว้มากมายยิ่งดี ยิ่งดูได้มาก
แต่ผมเริ่มมาคิดเอาจริงๆว่าบางครั้งมีมากเกินไปก็ไม่ดี
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องแผ่นซีดีหนัง หรือดนตรีก็ได้ เราเองบางครั้งสะสมเอาไว้เสียมาก มากจนหาเขาไม่เจอ แล้วจะเอามาเล่นได้อย่างไร? บางครั้งข้อมูลที่มากเกินไปก็จะลบเลือนเรื่องดีๆไปเสียหมด ดังนั้นผมจึงเชื่อว่ามีน้อยน่าจะดีกว่ามีมาก
แล้วเรายังสามารถเลือกที่จะพินิจ พิจารณามันให้มากขึ้นได้ เช่น หยิบยกเอางานศิลป์ชิ้นเก่าขึ้นมาดู และมองมันด้วยความคิด มุมมองที่เปลี่ยนไป ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เราก็จะเริ่มเห็นความสวยงามที่คลาสสิคของเขาขึ้นมา เมื่อคนเราโตขึ้นการมองโลกก็จะละมุนละไมขึ้น ลุ่มลึกขึ้นและเข้าใจในโลกมากขึ้น
แม้แต่ลมหายใจของเราเองนั้น ก็เป็นของขวัญอันล้ำค่ำที่มีติดอยู่กับตัวเราทุกคน เพียงแต่เราไม่ค่อยได้คิดถึงมัน เพราะมันแต่วิ่งแสวงหาความสุขภายนอก แต่ความสุขสงบในใจกลับไม่ได้สนใจ
หากลองกลับมามองลมหายใจให้ลึกซึ้งขึ้น เราจะสามารถบรรลุธรรมเพื่อการหลุดพ้นได้ ในภาษาของนักปฏิบัติธรรมแล้ว การมีโอกาสได้นั่งสมาธิอย่างสงบ มันเป็นของขวัญล้ำค่ำเสียจริงๆ ไม่สามารถเอาเงินทองราคาแพงมาแทนได้เลย
ผมหันมามองเจ้าเพลงและภาพยนตร์หนังเก่าๆ
คงต้องเริ่มทบทวนพวกมันอีกสักครั้งแล้วล่ะ
วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
การเป็นคนดี มันอาจจะไม่ดีก็ได้ถ้า...
ผมมีคนที่รู้จักท่านหนึ่ง ท่านเป็นคนดีมาก มีน้ำใจ เป็นสุภาพบุรุษ มีความรักเป็นห่วงเป็นใยในทุกๆคน และเสียสละทุ่มเทการงานมาก ท่านดีจนไม่มีที่ติ แต่ก็มีจุดอ่อนก็คือ บรรดาคนไม่ดีทั้งหลายที่เข้ามาเกาะกินท่าน ด้วยความที่เป็นคนดี ท่านไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่ก็นั่นละ หากไม่สามารถปฏิเสธคนพวกนี้ได้ ก็จะต้องแบ่งเอาเวลาและทรัพยากรไปให้คนอื่น ทำให้คนดีๆที่อยู่รอบตัวอาจจะต้องเสียใจ เสียกำลังใจ เพราะว่า เวลาของท่านที่มีให้น้อยลงไปทุกที
วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
กระเบื้องสำหรับบ้าน
ผมกำลังหากระเบื้องสำหรับปูพื้นบ้าน ตอนนี้ไปหาดูหลายๆแบบ ตอนแรกเราสนใจแบบเป็นหินแท้ แต่เนื่องจากราคาสูงมากทีเดียวตก ตรม ละเกือบ 4000-5000 บาท ซึ่งเรามองว่าแพงเกินไป เลยไปหากระเบื้องแกรนิตโต้ ซึ่งทำออกมาเลียนแบบ แต่ราคาเบาลงมากเลย เหลือเพียง ตรม ละ 400-700 เท่านั้น ยิ่งมีรุ่นใหม่ๆ ด้วยแล้วยิ่งสวยใหญ่ เกิดจากการเคลือบสาร nano ทำให้กระเบื้องดูเงามากและสะท้อนแสงดี ทำให้บ้านเราสว่าง กว้างและโอ่อ่า ตรม ละ 999 เองครับ
วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)