ผมไม่เคยอยากเชื่อเลยว่า "มีน้อยจะดีกว่ามีมาก"
เพราะในสังคมของเราตอนนี้ยิ่งมีเยอะๆเท่าไรยิ่งดี อาทิ มีรถหลายๆคัน มีเงินในบัญชีมากๆ มีตำแหน่งสูงๆ มีตำแหน่งหน้าที่การงานในสังคม มีความสะดวกสบาย มีอัลบั้มเพลงและงานศิลปะที่สะสมเอาไว้มากมายยิ่งดี ยิ่งดูได้มาก
แต่ผมเริ่มมาคิดเอาจริงๆว่าบางครั้งมีมากเกินไปก็ไม่ดี
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องแผ่นซีดีหนัง หรือดนตรีก็ได้ เราเองบางครั้งสะสมเอาไว้เสียมาก มากจนหาเขาไม่เจอ แล้วจะเอามาเล่นได้อย่างไร? บางครั้งข้อมูลที่มากเกินไปก็จะลบเลือนเรื่องดีๆไปเสียหมด ดังนั้นผมจึงเชื่อว่ามีน้อยน่าจะดีกว่ามีมาก
แล้วเรายังสามารถเลือกที่จะพินิจ พิจารณามันให้มากขึ้นได้ เช่น หยิบยกเอางานศิลป์ชิ้นเก่าขึ้นมาดู และมองมันด้วยความคิด มุมมองที่เปลี่ยนไป ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เราก็จะเริ่มเห็นความสวยงามที่คลาสสิคของเขาขึ้นมา เมื่อคนเราโตขึ้นการมองโลกก็จะละมุนละไมขึ้น ลุ่มลึกขึ้นและเข้าใจในโลกมากขึ้น
แม้แต่ลมหายใจของเราเองนั้น ก็เป็นของขวัญอันล้ำค่ำที่มีติดอยู่กับตัวเราทุกคน เพียงแต่เราไม่ค่อยได้คิดถึงมัน เพราะมันแต่วิ่งแสวงหาความสุขภายนอก แต่ความสุขสงบในใจกลับไม่ได้สนใจ
หากลองกลับมามองลมหายใจให้ลึกซึ้งขึ้น เราจะสามารถบรรลุธรรมเพื่อการหลุดพ้นได้ ในภาษาของนักปฏิบัติธรรมแล้ว การมีโอกาสได้นั่งสมาธิอย่างสงบ มันเป็นของขวัญล้ำค่ำเสียจริงๆ ไม่สามารถเอาเงินทองราคาแพงมาแทนได้เลย
ผมหันมามองเจ้าเพลงและภาพยนตร์หนังเก่าๆ
คงต้องเริ่มทบทวนพวกมันอีกสักครั้งแล้วล่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น