วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558

เรื่องราวของธรรมมะ 2015

ปีนี้เข้าสู่ปี 2015 ผมอายุได้ 35 ปี
การก้าวหน้าทางธรรมได้เกิดขึ้นเสมอเมื่อคนเราแก่ตัวขึ้น
ผมคิดว่าหากเราได้ศึกษาธรรมอย่างไม่ย่อท้อตลอดเวลา วันนึงมีเรื่องราวที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นๆ
สักวันเราจะเข้าไปใกล้ฝั่งฝันคือ "พระนิพพาน" ได้ดั่งปรารถนา

การตั้งจิตไว้มั่นนั้นก็เป็นประโยชน์มากเช่นเดียวกัน
เราตั้งใจที่จะไปถึงนิพพาน อย่างไรเสียวันนึงก็จะต้องไปถึงแน่
ดีกว่าคนและสัตว์อีกหลายล้านที่ไม่เคยที่จะสนใจคำว่า นิพพานเลย

เรามีความโชคดีที่ได้เข้ามาใกล้พระพุทธศาสนา
พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่เกิดขึ้นในโลก สอนให้คนหลุดพ้นจากความทุกข์โดยสิ้นเชิง
ไปสู่ดินแดนแห่งอมตะ ไม่มีเกิดไม่มีตายอีก มีความสุขอยู่ตลอดไป

- นิพพานคือดินแดนอัน จิตปราศจากตัณหา ปราศจากอุปาทาน
- จิตปราศจากความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวกูของกู เมื่อนั้นตัวตนก็หายไป ไม่มีเกิดมา ไม่มีตายไป
- จิตยังคงอยู่ตลอดไป แต่ไม่เป็นตัวตนของเราของเขาหรือของใครๆทั้งสิ้น
- จิตจะเข้านิพพานได้จะต้องเบื่อหน่ายต่อการเกิด ต่อการมีรูปกายเนื้อ หรือแม้แต่กายทิพย์แบบพรหม
- การเบื่อหน่าย เกิดจากการเห็นโลกและจักรวาลตามจริงๆ เห็นอริยสัจ4 เมื่อนั้นจิตจะคลายความยึดติด

เราต้องแน่ใจว่านิพพานคือการดับไปนั้นเป็นสุขอย่างยิ่ง
โดยทั่วไปคนเราก็มักจะกลัวการทืี่อัตตาต้องแตกดับไป หรือต้องสลายไป
ภาษาเราก็เรียกว่ากลัวตายนั่นแหละ
แต่เชื่อเถิดว่าเรานี้ไม่มีทางตายไปได้จริงๆเลยสักครั้ง เพราะอำนาจของจิตอันเป็นอัตโนมัติ
เมื่อร่างกายต้องดับลง จิตจะสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาทันที
โดยอาศัยวิบาก ผลของการกระทำในชาติก่อนๆ มาทำให้เกิดตัวตนใหม่ขึ้นมา
เราเป็นอย่างนี้กันมาหลายล้านๆชาติแล้ว สะสมบารมีกันมาพอสมควรแล้ว

ชีวิตอันเป็นสุขอยู่ถ่ายเดียวเช่นสวรรค์ หรือ พรหมโลก ช่างน่าอภิรมย์เสียจนเราไม่อยากไปไหน
แต่ว่ามันก็ไม่สามารถคงทนอยู่ได้นานๆ
ถึงคราวก็ต้องเสื่อมกันไปตามกฏพระไตรลักษณ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
การเสื่อมจากความสุขก็จะเป็นทุกข์เสมอ
(ยกเว้นว่าจิตไม่ได้ยึดติดกับโลกหรือความสุขนั้นๆเลย)

การเกิดมาในโลกมนุษย์นั้นก็เป็นปากเหว เป็นทางแพร่งของการสร้างกรรมใหม่
เราสร้างได้ทั้งกรรมดี เอาให้ดียิ่งๆขึ้นให้วิเศษสุดๆ ให้เป็นบุญขั้นสูงสุด เราสร้างที่โลกนี้ก็ได้ตามนั้น
หรือเราอาจจะพลาดพลั้งทำชั่วไปตามแรงบีบคั้นต่างๆ
ผลกรรมทำให้เราพลาดตกต่ำลงไปแล้วขึ้นมาได้ยากก็เป็นไปได้

เราไม่มองย้อนอดีตกันละ เพราะมันผ่านมาแล้ว

แต่ในปัจจุบันที่เราเกิดกันเป็นมนุษย์นี้ เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ

- หากมีความคิดที่จะทำดี ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีขั้นประถม ปฐม หรือ อนุบาล
เพราะมันจะเป็นความคิดที่เป็นเข็มทิศให้กัับชีวิตของเราต่อๆไป
แม้เรือชีวิตจะเจอมรสุมบ้าง จอดพักบ้าง จอดซ่อมบ้าง แต่หากไปตามเข็มทิศที่ถูก มันย่อมต้องไปดี

- หากมีความคิดที่จะไปสู่พระนิพพาน ถือว่าเป็นความคิดขั้นมัธยม
แต่ต้องรู้จักนิพพานในความหมายจริงๆนะครับ ไม่ใช่นิพพานแบบนกแก้วนกขุนทอง
บรรดาธรรมทั้งหลายในโลกล้วนแล้วแต่ไม่น่ายึดมั่นถือมั่น
นี่คือหัวใจของพระพุทธศาสนา

- หากเริ่มที่จะปฏิบัติธรรมด้วยแล้ว ก็ถือว่าเริ่มเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว
หลักของการปฏิบัติธรรมนั้น พอเรียนไปสักพัก ก็จะเริ่มเข้าใจถึงเค้าโครงของหลักสูตรทั้งหมด
(หลักสูตรเพื่อบรรลุนิพพาน การหลุดพ้น)
แต่สิ่งที่เป็นความยากจริงๆ ก็คือ การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เนื่องจากศาสนาพุทธ เป็นศาสนาแห่งการปฏิบัติ ไม่ได้เป็นศาสนาแห่งการสวดอ้อนวอนขอเอา เราสามารถใช้ชีวิตที่ยังเหลืออยู่นี้ ปฏิบัติให้เข้าใจจิตใจเราอย่างลึกซึ้งที่สุด ให้ได้ เมื่อเข้าใจแล้ว ก็เท่ากับบรรลุตามพุทธประสงค์


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น