วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2550

วันเวลาที่ผ่านไป ความฝันที่บรรเจิด

สวัสดีอีกครั้งครับ ผมอยากจะเขียนเรื่องของแรงบันดาลใจของตัวเอง ในตอนนี้ผมกำลังทำงานในคลินิกส่วนตัวแถวๆหมู่บ้านพระปิ่น3 ผมมีความสบายมากๆ เมื่อเทียบกับตอนที่ทำงานอยู่ที่สกลนคร เป็นผู้อำนวยการ รพ.ชุมชน ซึ่งผมเป็นคนที่ลาออกมาเองนั่นแหละเพราะต้องการความก้าวหน้าที่มากขึ้น การที่อยู่ในระบบราชการมีทางให้เดินตรงๆมากมาย สะดวกสบายแต่ว่าไม่สามารถเป็นอย่างที่ใจเราต้องการได้ เราจึงต้องลาออกมาประกอบอาชีพส่วนตัว

เพราะว่าผมเล็งเห็นถึงสิ่งที่จะเป็นแล้วผมจึงออกมาทำ รายได้สำหรับชีวิตประจำวันมันไม่พอที่จะทำงานอยู่ในระบบราชการ ผมเป็นหมอผู้อำนวยการได้เงินแค่ 30,000 บาทต่อเดือนเอง แต่ต้องใช้จ่ายไปค่อนข้างเยอะกับลูกน้องและเพื่อนฝูง จนทำให้เงินเก็บไม่มีเอาเสียเลย ถ้าออกมาทำงานคลินิกอย่างเดียว เราสามารถมีรายได้ที่มากกว่า และทำงานน้อยลงได้ (ในมุมของการเป็นแพทย์ตรวจรักษาโรค) ข้อสำคัญคือได้อยู่ใกล้บ้านด้วย

ประเด็นสำคัญอีกอย่างก็คือผมไม่ได้อยากเป็นหมอนะ ผมอยากเป็นผู้บริหารต่างหาก
โดยเฉพาะเรื่องการบริหารคนนี่ ผมคิดว่าเป็นอะไรที่ผมชอบมากๆเลยทีเดียว
แต่การทำอย่างนี้ในระบบราชการมันไม่ได้อะไรตอบแทนมาสักเท่าไร สู้ออกมาทำเองไม่ได้ ต่อให้เราบริหารให้เอกชน ก็ไม่สู้เป็นเจ้าของกิจการเสียเองไม่ดีกว่าหรือ

สถานการณ์ตอนนี้ 20ตุลาคม2550 ผมกำลังทำคลินิกส่วนตัวอยู่ รายได้ยังไม่เกิน 30,000บาทต่อเดือนเลย ผมยังไม่สามารถเอาชนะตอนที่เป็นราชการได้ แต่แนวโน้มก็ดีขึ้นเรื่อยๆนะครับ จำนวนผู้ป่วยที่เข้าร้าน และผลกำไรได้มากขึ้นเรื่อยๆเลยทีเดียว ดังนั้นผมจึงไม่เดือดร้อนเท่าไรนัก และค่อนข้างสบายใจด้วยซ้ำไป

(มีเรื่องในวงเล็บเข้ามาทำให้ซีเรียสนิดหน่อยก็เช่น การใช้เงินที่ค่อนข้างสุรุ่ยสุร่ายในการบันเทิง ผมคงต้องระวังตัวให้มากๆยิ่งขึ้นและหาวิธีที่จะเที่ยวด้วยความประหยัดเงินมากขึ้น)

ความฝันของผมคืออะไร? ผมต้องการได้การยอมรับ เคยคิดที่จะเล่นการเมืองท้องถิ่น แต่ ณ ตอนนี้มันไม่มีศักดิ์ศรีอะไรเท่าไหร่เลยในความคิดของผม หากต้องเป็นผู้รับใช้ของชาวบ้านจำนวนมากอีกต่างหาก แน่นอนว่าผมอยากทำประโยชน์ให้สังคม แต่ผมไม่จำเป็นต้องเป็น อบต.นี่นา ผมแค่ใช้พวกเขาก็น่าจะพอ

แล้วผมอยากทำอะไรกันแน่? นี่คือคำถามที่ต้องตอบ
อบต.ก็ไม่ชอบ เป็นหมอตรวจโรคก็ไม่ชอบ

ถ้าหากจะเจาะลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึกแล้วล่ะก็ เราก็น่าที่จะไปเป็นผู้มีอำนาจ ที่สามารถทำประโยชน์ได้ อยากได้อะไรก็ได้ อยากทำอะไรก็ได้ แต่ก็มีคุณธรรมประจำใจอยู่เหมือนกัน ความรู้สึกอยากเป็นเจ้าของ ได้ครอบครอง เป็นที่พึ่งของผู้คน ได้รับความซื่อสัตย์ภักดีจากคนรอบๆตัว ทำให้เรารู้สึกดี
เงินเป็นเพียง media อย่างหนึ่งเท่านั้นที่ทำให้เราไปถึงความฝันนั้นได้ แล้วเราก็อยากที่จะได้เป็นอย่างนั้นตลอดไปนี่คือความปรารถนาของเรา

บริบทของเกมนี้คืออะไร?
เรากำลังเล่นเกมชีวิตอยู่บนวัฏสงสาร ที่เวียนว่ายตายเกิดกันไม่รู้จักจบสิ้น
มนุษย์มีเวลาแค่ 70 ปีเท่านั้นโดยเฉลี่ย แล้วก็อาจจะน้อยกว่านั้นก็ได้ ถ้าไม่ระมัดระวังตัว
ผมเกิดมาไม่ได้มีเงินมีทองอะไรมากมาย เป็นคนธรรมดา เป็นไพร่ พลเมืองธรรมดาๆ (ในสายตาของระบบเจ้านายและข้าราชการ) เป็นชนชั้นผู้บริโภค เป็นช่างฝีมือ (ในสายตาของพวกนายทุน)ตอนนี้ผมอายุ 27 แล้ว เหลือเวลาอีกแค่ 43 ปี จะถึงอายุ 70 ต้องประคองร่างกายนี้ไปให้ดี ต้องดูแลมันทั้งกายภาพ และทางจิตใจ เอาใจใส่ให้มันได้พักผ่อนตามสมควร เป็นคนที่ไม่ค่อยรวย เงินทองยังมีไม่เยอะเท่าไร ยังตั้งตัวไม่ได้

นี่คือโจทย์ปัญหาของเกมนี้

เป้าหมายของเกมนี้ก็คือ
  1. บรรลุความต้องการของจิตใจที่อยากจะได้รับการยอมรับ โดยเป็นผู้มีอำนาจที่ดี
  2. ขัดเกลาใจให้ดียิ่งๆขึ้นไป เพื่อที่จะได้ไปเกิดในที่ที่ดี และพัฒนาตัวสู่การหลุดพ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น