วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ตั้งใจว่าจะเปิดโรงพยาบาล

ผมเคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องเป็นเจ้าของ รพ.ให้ได้ เนื่องจากว่าเป็นงานที่ผมมีความชื่นชอบมาก และก็มีประสบการณ์มานานกว่าเพื่อน เรามามองดูว่าในสภาพการปัจจุบัน


  1. ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้านี่เป็นทางสายใหญ่ที่สุดที่ลูกค้า (ผู้ป่วย)จะเข้าไปใช้ แต่ว่าเราไม่สามารถทำกำไรได้เลยจากระบบนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็น sub-contractor ที่บริหารจัดการดีก็ตาม เพราะมี รพ.รัฐบาลเป็นคู่แข่งที่ครองตลาดส่วนใหญ่ไว้ มีบ้างเหมือนกันที่เราจะรับความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนมาบริหารเองแทน รพ.รัฐ แต่ก็ต้องรักษาคุณภาพให้ดี

  2. ตลาดบนสุดของการรักษาพยาบาลก็มีเช่นกัน ยกตัวอย่างก็คือ รพ.บำรุงราษฎร์ หรือ รพ.กรุงเทพ รวมไปจนถึงโรงเรียนแพทย์ที่มีการเข้าถึงตัวของอาจารย์แพทย์ เหล่านี้ก็เป็นเป้าหมายที่เราจะต้องเข้าถึงให้ได้ในระยะยาว เพื่อได้ลูกค้าที่มีศักยภาพมากที่สุด กลุ่มลูกค้าจะเป็นคนที่รวยและมีอิทธิพล ไปจนถึงลูกค้าจากต่างประเทศที่บินเข้ามารักษาในไทย ไม่ว่าจะเป็นแค่เรื่องชั่วคราว หรือจากย้ายมาแบบ home stay ก็ตาม

  3. ตลาดระดับกลาง ก็คือตลาดของแรงงานออฟฟิศ ที่ไม่อยากจะเข้าระบบของ รพ.รัฐบาล แต่ก็ไม่มีเงินพอที่จะเข้าไปใน รพ.แพงๆได้ เหล่านี้ก็จะเข้าไปยังคลินิกต่างๆ เพื่อแสวงหาการรักษาพยาบาลที่ดี ระดับนี้ผู้เล่นก็ได้แก่ รพ.เอกชนระดับกลางๆ และคลินิกแพทย์อิสระต่างๆ

เราจะสามารถทำตลาดได้อย่างไร เราเห็นมาหมดแล้วในการทำตลาดของทั้งสามกลุ่ม รพ.


ถ้าจะเริ่มทำตลาดจากกลุ่มที่ 1 ก่อนก็สามารถทำได้ เราจะได้ของที่ดีก็คือเงินก้อนที่รัฐจะส่งมาให้เรา แต่เราจะต้องมีการบริหารจัดการระบบที่ดีมากๆจึงจะประสบความสำเร็จ แล้วจะมี economy scale ในระดับท้องถิ่น ถ้าจะให้โตขึ้นก็ต้องสร้าง secondary and tertiary care ขึ้นมาเพื่อให้ครบวงจร


ถ้าเริ่มทำตลาดจากกลุ่มที่ 3 ก็ง่ายหน่อย เน้นใช้ฝีมือทางศิลปะการรักษาของแต่ละคนให้มากขึ้น เริ่มทำจากคลินิก แล้วเป็น โพลีคลินิก ตามมาด้วย รพ.ขนาดเล็ก ก็น่าจะดีไม่ใช่น้อย คำถามคือทำอย่างไรจึงจะโตขึ้นได้จากคลินิก


คลินิก---> polyclinic---> public contract---> hospital

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น