ช่วงนี้ที่ธนาคารกำลังจะเลื่อนเงินเดือนกัน สำหรับตำแหน่งที่ต้องดูแลลูกน้องแล้ว จำเป็นต้องมามีส่วนในการเลื่อนเงินเดือนอย่างแน่นอน
ผมเองเพิ่งได้เข้ามาในตำแหน่งแบบนี้ ถึงจะไม่ได้ให้เงินเดือนลูกน้องโดยตรง แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบไปมากเหมือนกัน ผมสามารถดูแลได้จริงๆ แค่หัวหน้าส่วน 2 คน เท่านั้นเอง
ลูกน้องหลายคนนั้นเราก็ต้องให้ผลตอบแทนความดีความชอบอย่างเป็นธรรม โดยที่คนทำดี ควรได้เงินเดือนขึ้นมากหน่อย คนไม่ค่อยมีผลงานก็เงินเดือนขึ้นน้อยหน่อย นี่เป็นคำพูดที่ถูกต้อง และถ้าหากละเลยตามนี้ คนทำดีไม่ได้ดี คนทำชั่วไม่ได้ผลกรรม การปกครองจะเป็นไปได้อย่างไร?
ทีนี้ก็มาถึงจำนวนระดับเงินเดือนที่จะเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าเด็กเข้างานใหม่ๆ ก็ย่อมมีฐานเงินเดือนที่ต่ำกว่า หากจะเลื่อนเงินเดือน ก็ต้องเลื่อนที่เปอร์เซ็นต์สูงๆ เมื่อเทียบกับฐานเงินเดือน ส่วนคนที่ฐานสูงอยู่แล้วอาจไม่ต้องเลื่อนเปอร์เซ็นต์สูงนัก ก็สามารถได้เม็ดเงินเป็นกอบเป็นกำ
ดังนั้นเราควรจะเลื่อนมากน้อยตามฐานเงินเดือน?
เงินเดือนน้อย ให้เลื่อนมาก เงินเดือนมากให้เลื่อนน้อย?
ธนาคารเองยังมีกรอบ guild-line ของการเลื่อนเงินเดือนไว้ ก็เป็นดังที่เราๆทราบกันดี เขาจะแยกพนักงานออกเป็นกลุ่มๆไป กลุ่มเงินเดือนสูง ก็ขึ้นเปอร์เซ็นต์น้อยหน่อย กลุ่มฐานเงินเดือนต่ำก็เลื่อนขึ้นมากหน่อย (แสดงว่าเขาสนใจ และให้โอกาสเด็กใหม่ๆให้ก่อร่างสร้างตัวได้เร็ว น่าชื่นชมๆ)
เราเองก็อยากจัดตรงนี้ไว้เป็นบรรทัดฐานเหมือนกัน เนื่องจากหลายหัวที่คิดออกมาคงจะมีเหตุผลพอสมควรที่เราจะยึดมาเป็นแนวทาง
เรื่องตัวกรอบเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก ผมว่ามันสำคัญที่การแบ่งกลุ่มฐานเงินเดือนของผู้ถูกประเมินมากกว่า ว่าต้องจัดมวยคู่ใกล้เคียงกันมาเทียบกัน เช่น 50,000 สู้กับ 60,000 ก็จะดี แต่ถ้าหากเอา 50,000 ไปสู้กับ 100,000 การเลื่อนเงินเดือนย่อมต่างกันแน่
ทีนี้เราไปถึงทฤษฏีการให้ผลตอบแทน คนทำงานดีควรได้ผลตอบแทนสูงมันก็น่าจะจริง แล้วถ้าละเลยตรงนี้ก็จะเกิดความเสื่อมขององค์กร แต่อย่างไรก็ดี แม้เราจะได้ฉีกระดับของผลตอบแทนแล้ว แต่ก็ต้องมอบโอกาสให้กับคนที่ด้อยกว่าด้วย เพื่อให้เขามีความหวังที่จะได้ดีบ้างในคราวต่อไป
คนทำงานดีสองคน คนทำงานแย่สองคน รวมเป็นสี่คน ถ้าเราขึ้นเงินเดือนแบบนี้ 1+1+0.5+0.25 ก็คงจะดี สองคนที่ทำงานดี ถ้าเห็นใจกันว่าเพื่อนทำงานพอๆกับตัวเอง ก็จะไม่อิจฉากัน พวกทำงานน้อยๆ ก็จะได้ตระหนักตัว และขวนขวายหางานมากๆมาทำมากขึ้น
อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องค่าของงาน มันก็น่าเห็นใจพนักงานที่เรียนมาน้อย จะทำอย่างไร ค่างานก็ไม่ยอมสูงขึ้นสักที อันนี้เป็นเรื่องที่หัวหน้าต้องให้โอกาสเขาทำงานมากๆขึ้น เพื่อเำพิ่มค่างาน เราคงต้องมามองเหตุผลของผู้ช่วยทันตะ เงินเดือน 50000 เพราะแก่แล้ว กับตัวทันตแพทย์ เงินเดือน 50000 เหมือนกัน เพราะเพิ่งเข้าใหม่ เราควรจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันที่จะเลื่อนเงินเดือนหรือไม่
แล้วถ้าหากแต่ละคนทำงานได้ดีพอๆกัน เราจะเลื่อนเงินเดือนเขาทั้งสองอย่างไร แน่ละค่างานของทันตแพทย์สูงกว่าแน่ แต่เราคงต้องมอบงานให้กับพวกผู้ช่วยให้มากขึ้นไม่ใช่หรือ?
การที่ฝ่ายของเราได้แบ่งเงินออกเป็นส่วนงานเท่าๆกันนั้นเป็นนโยบายที่ชาญฉลาดเหมือนกัน เป็นเพราะเราจะได้ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันในระดับหัวหน้าส่วน เพราะงานมันอาจจะเป็นงานคนละด้านกันจริงๆ เรามาเปรียบเทียบกันก็จะทำให้เกิดความบาดหมางเปล่าๆ เหมือนกับเปรียบเทียบ หมอกับตำรวจนั่นแหละ ตำรวจอาจยากที่ต้องเสียงภัย หมอเองก็ต้องมีความรู้สูง
หมายความว่าการเรียงลำดับในส่วนงานนั้นแหละที่เป็นความสำคัญ เพราะว่า ผอ อาจจะใช้ตรงนี้เป็นเครื่องมีอในการประเมินความชอบได้ง่ายๆ
แต่แนวโน้มปัจจุบัน รองฝ่ายยังไม่ต้องทำอะไรมากนัก แค่ให้ความร่วมมือจัดระเบียบให้หัวหน้าส่วนก็พอ เรื่องที่เหลือยังเป็นของเบื้องบนอยู่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น