วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

ตั้งคลินิกเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ

คลินิกของผมเริ่มเติบโตมากขึ้นหลังจากที่เปิดมาได้ 4 ปี และผมก็ได้ทำงานกินเงินเดือนจากธนาคารกรุงไทยเป็นรายได้อีกทางหนึ่งด้วย

การมีรายรับสองทางมารวมตัวกันอยู่ที่ผมคนเดียวทำให้อัตราภาษีก้าวเข้าไปสู่ 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับผม ผู้ไม่เคยคิดจะรายงานภาษีแบบน้อยๆ ผมมีความตั้งใจมั่นที่จะจ่ายภาษีตามจริง ตามที่รัฐและเจตนารมย์ของกฏหมายกำหนด แต่ผมต้องวางแผนภาษีเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะให้กิจการของผมมีกำไรพอที่จะขยายตัวออกไปได้

นี่จึงเป็นที่มาของการวางแผนภาษีโดยการจัดตั้งเป็น "ห้างหุ้นส่วนสามัญ"
ถามว่าผิดต่่อเจตนารมย์ของกฏหมายไหมที่จะเก็บเงินรายได้ให้มากขึ้นๆ ไปแบบอัตราก้าวหน้า
ผมคิดว่ามันไม่ผิด เพราะผมไม่ใช่บริษัททุนนิยมขนาดใหญ่เสียเมื่อไร ผมเป็นแค่คนที่พยายามประกอบอาชีพจาก "แรงงาน" เพราะผมต้องตรวจเอง ทำเอง ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง
การที่เราจัดตั้งหน่วยภาษีแยกออกมาต่างหาก ดูจะเป็นแรงใจให้ผมเปิดคลินิกได้อย่างมีความหวัง

สรรพากรกำลังเล่นงานเรื่อง "คณะบุคคล" อยู่ ด้วยความที่ว่าใครๆก็ไปเปิดคณะบุคคลกันหมด เพื่อกระจายฐานภาษี ดังนั้นการเปิดคลินิกของผมจึงต้องจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนแทนครับ

การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ มีสองแบบคือ
- จดทะเบียน (อันนี้ต้องไปจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์)
- ไม่จดทะเบียน อันนี้เป็นอันที่ผมเลือกทำ
ผมมีสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญมาเสร็จ และชวนน้องที่ทำคลินิกมาเป็นหุ้นส่วน เขียนกรอกวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนอันนี้ แล้วก็เซ็นต์ชื่อ แปะอากรแสตมป์ ก็เป็นอันเสร็จพิธี

ผมได้วานให้คนสนิทที่เขาทำงานใกล้ชิดกับสรรพากรพื้นที่เป็นคนเดินเรื่องให้ คิดว่าเรื่องน่าจะเร็ว

เดี๋ยวผลการจัดตั้งจะเป็นอย่างไร ผมจะมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังอีกครั้งนะครับ















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น